Abduction (2011) พลิกโลกล่าสุดนรก

Abduction (2011) พลิกโลกล่าสุดนรก


IMDb: 5.0
เรื่องย่อ: ได้ดูตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วสำหรับหนังแอ็คชั่น ขายวัยรุ่นทีมเจคอบ อย่าง Abduction ซึ่งจุดขายของหนังสำหรับผมนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวอย่างหนังที่ตัดต่อออกมาได้น่าดู น่าลิ้มลอง เพราะความมันส์ในจังหวะการตัดต่อ แต่ว่าพอออกมาจริงๆแล้วนั้น ตัวหนังจะแย่อย่างที่นักวิจารณ์ว่าหรือไม่ไปอ่านเลยครับ
Abduction เรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยรุ่นธรรมดาอย่าง เนธาน วัยรุ่นผู้มีชีวิตโลดโผนและชอบซ่าไปวันๆ จนกระทั่งวันนึงเขาและเพื่อนสาวสุดสนิทของเขาอย่าง เคเรน ได้ไปดันเจอกับเว็บไซด์ประกาศเด็กหาย และเนธาน ต้องถึงกับตะลึงเมื่อได้ดันเจอรูปในวัยเด็กของเขาเองนั้นไปอยู่เว็บไซด์เด็กหาย จึงทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าคนที่เลี้ยงดูเขามานั้นเป็นใครมาจากไหน แต่ไม่นานนั้นเอง พ่อแม่ที่เขาสงสัยก็ได้ดันถูกฆ่าตายโดยเจ้าพ่อมาเฟีย และกลุ่มรัฐบาลที่ต้องการมุ่งหมายที่จะจับเขามาให้ได้ โดยที่เขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไม และ มีอะไรที่ต้องมาจับเขา การตามล่าหาความจริงจึงได้เริ่มต้น ณ บัดนี้แล้ว
Abduction ผลงานกำกับการแสดงของผู้กำกับ John Singleton หลังจากเคยไปทำภาคต่อให้กับซีรี่ย์รถแข่งสุดฮิตมาแล้วกับ 2 Fast 2 Furious และหนังสี่พี่น้องสุดโฉดอย่าง Four Brothers คราวนี้ไม่รู้ว่าอยากลองอะไรใหม่ๆ หรือ อยากลองฝีมือตัวเองในด้านของหนังแนวเนื้อเรื่องลึกลับกันแน่ จึงได้กำกับหนังวัยรุ่น แอ็คชั่น เรื่องนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวก่อนอื่นก็ไม่ได้มีปัญหา หรือ อคติอะไรมากมายกับกลุ่มนักแสดง ทไวไลท์ อย่าง เทเลอร์ เลาน์เนอร์ หรือแม้แต่หนุ่มแวมไพร์อีกคน และอย่างแรกที่ผมคิดว่า Abduction ทำได้สำเร็จตรงตามจุดขายเลยคงหนีไม่พ้นกับด้านของ ฉากแอ็คชั่น ของหนัง ที่หลังจากล้มเหลวกับ 2 Fast 2 Furious ผู้กำกับ Singleton คงได้รู้อะไรไปมากพอแล้ว Abduction ในฉากแอ็คชั่นโดยรวมจึงออกมา…
ในขั้นที่ถือว่า พอดูได้ ถึงแม้จะไม่มันส์มาก แต่เมื่อ ฉากแอ็คชั่น มาเป็นระยะในหนัง ทำให้ดูได้ไม่เบื่อนั้น โดยส่วนตัวสำหรับฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าผ่าน รวมไปถึงด้านของเพลงประกอบที่ใส่เข้ามาเข้ากับฉากต่างๆในหนังได้ดีพอสมควร รวมไปถึงฟังแยกจากหนังก็เพลินได้เช่นกัน และด้านของ ธีม หนังที่ถือว่ายกระดับหนังขึ้นมาได้พอสมควร เนื่องจากบท และ ธีม ของหนังออกไปในด้านของความน่าสนใจตั้งแต่น้อยไปหามากได้เรื่อยๆอย่างพอเหมาะพอเจาะ (แต่ก็น่าเสียดายที่ถ่ายทอดออกมาไม่ได้ดี) แต่ยังไงก็ตามสำหรับ Abduction ก็ยังมีข้อเสียที่น่าผิดหวังอยู่เยอะพอสมควรเลยหละ
ซึ่งเริ่มอย่างแรกที่ดูแล้วไม่ค่อยผ่านตั้งแต่ตัวอย่าง และไม่ได้ถือว่าเป็นอคติส่วนตัว แต่ดูตามเนื้อผ้าจริงๆนั้นคือด้านของ การแสดงของพระเอกหนุ่มกล้ามใหญ่อย่าง Taylor Lautner ที่ดูใน ทไวไลท์ นั้นถือว่ายังกลมกลืนไปกับพระนางได้ แต่เมื่อแยกออกมาเดี่ยวๆแล้วนั้น การแสดงและด้านของซีนอารมณ์ของเขานั้นเหมือนยืนท่องบทยังไงยังงั้น รวมไปถึงด้านของ เนื้อเรื่อง หนังที่ออกแนวจะดิ่งลงเหวทุกก้าวที่หนังพยายามเดินต่อไป เพราะด้วยเหตุที่หนังเปิดตัวมาน่าสนใจ เพราะฉะนั้นหนังควรที่จะแบกความน่าสนใจนั้นไปได้ตลอดรอดฝั่ง แต่สำหรับ Abduction แล้วหนังกลับแบกรับภาระต่างๆนี้ไปไม่ไหว
รวมไปถึงด้านของเหตุผลต่างๆของหนังที่เบาหวิว และไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีพอมารองรับเนื้อเรื่องของหนังได้เมื่อหนังเฉลยที่มาที่ไปของตัวละครหลักแล้ว และความไม่มีเหตุผลนั้นเองจึงทำให้ดูเหมือนกับว่าตัวละครหลักของหนังนั้นดู งี่เง่า และ ไร้เหตุผล มากกว่าจะให้คนดูเอาใจช่วยเหมือนกับตัวละครพระเอกในหนังเรื่องอื่นๆ และอย่างสุดท้ายคงหนีไม่พ้นกับด้านของนางเอก Lily Collins ที่ถือว่าน่ารัก และ ออร่า เปล่งแสงสวยที่สุดในบรรดานักแสดง แต่กลับได้เล่นแต่หนังที่แป๊กเยอะไปหน่อย จึงถูกกลืนกินไปด้วยในทันที และโดยรวมแล้วนั้นสำหรับหนังแอ็คชั่น สืบสวนอย่าง Abduction ก็ถือว่า…
เป็นหนังแอ็คชั่น สืบสวน ที่เปิตดัวมาได้น่าสนใจควบคู่ไปกับฉากแอ็คชั่นต่างๆของหนังที่ถือว่าดูเพลินกว่าผลงานเก่าอย่าง 2 Fast 2 Furious แต่กลับจบลงด้วยความน่าเสียดายเมื่อหนังไม่มีเหตุผลดีพอสำหรับรองรับเนื้อเรื่องที่เปิดเผยในทีหลัง ถือซะว่าถ้าอาทิตย์นี้ไม่มีหนังน่าสนใจเรื่องนี้ก็ดูเล่นๆพอได้ครับ