Keoma (1976) เคโอม่า จอมจังก้า

Keoma (1976) เคโอม่า จอมจังก้า


IMDb: 7.2
เรื่องย่อ: Half-breed Keoma returns to his border hometown after service in the Civil War and finds it under the control of Caldwell , an ex-Confederate raider , and his vicious gang of thugs. To make matters worse , Keoma s three half-brothers have joined forces with Caldwell , and make it painfully clear that his return is an unwelcome one. Determined to break Caldwell and his brothers grip on the town , Keoma partners with his father s former ranch hand to exact violent revenge.
Keoma เป็นเรื่องราวของเด็กชายลูกครึ่งอินเดียนแดง ที่รอดชีวิตจากการฆ่าหมู่ทั้งหมู่บ้านเพียงคนเดียวโด ยการช่วยเหลือของแม่มด ประจำเผ่า (ซึ่งภายหลังก็กลายมาเป็นคนเก็บขยะข้างถนน) ส่วน เคโอมา มีชายผิวขาวผู้หนึ่งรับเอาไปเลี้ยงรวมกับลูกชายแท้ๆ ของเขาอีก 3 คน ชายคนนี้คือเสือปืนไวที่มีชื่อเสียงและคุณธรรมระดับต ำนานที่ไม่มีใครเอาชนะ ได้ของตะวันตก ชาวบ้านยอมรับนับถือกันมากในวัยเด็ก เนื่องจากเป็นลูกบุญธรรมที่พ่อโปรดปรานมาก
เคโอม่าจึงมีชืวิตอย่างเจ็บปวดขมขื่น เพราะถูกพี่ๆ อิจฉา รังแก รุมชกต่อยอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาได้จากความเจ็บปวดขมขื่นในฐานะลูก บุญธรรมของครอบครัวนี้ ก็คือ ความทรหดอดทน และฝีมือยิงปืนระดับพระกาฬที่เขาเพียงผู้เดียว
ที่สามารถรับจากพ่อไปได้ นอกจากนี้ ก็คือความรักของพ่อ ที่ไม่รังเกียจสายเลือดอินเดียนแดงของเขาเหมือนคนอื่ นๆ เมื่อโตเป็น หนุ่ม เคโอมา ออกไปเป็นทหารสู้รบในสงครามกลางเมือง เมื่อสงครามเลิกเขาก็เดินทางกลับบ้านไปหาพ่อ ระหว่างทางได้ช่วยหญิงสาวท้องแก่ที่กำลังจะถูกฆ่าเอา ไว้ และพากลับเมืองเล็กๆ ที่เขาเคยอยู่แต่ทุกสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อเมืองทั้งเมืองถูกควบคุมโดยจอมอิทธิพลผู้หนึ่ง ที่มีพรรคพวกมือปืนมากมาย ทุกคนจึงสวามิภักดิ์วายร้ายตนนี้กันหมด แม้กระทั่งพี่ๆ ทั้ง 3 ของเขาเอง นอกจากนี้ ยังมีโรคประหลาดที่ระบาดในเมือง มีคนเจ็บป่วยกันมาก ซึ่งคนป่วยจะถูกนำตัวไปไว้ในที่กักกันนอกเมือง โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการติดต่อ พวกวายร้ายนี้จะปิดเมืองทั้งเมืองไว้ตลอด ไม่ให้คนเข้าออกไม่ให้ไปแจ้งทางการ และไม่ให้มีการไปซื้อยามารักษาชาวบ้าน
ภายหลังเคโอม่าทราบว่า โรคนั้นเกิดจากสารพิษที่มาจากการทำเมืองแร่ชนิดหนึ่ง ของเจ้าพ่อวายร้ายคน นั้นเองและความขมขื่นเจ็บปวดในวัยเด็กก็กลับมาอีก เมื่อได้พบว่าพวกพี่ชายไปอยู่กับพวกวายร้าย โดยที่พ่อ และ ยอร์จ คนรับใช้นิโกรในบ้าน ผู้เคยเก่งกาจทางการใช้ธนูและต่อสู้มือเปล่าที่เขายก ให้เป็นวีรบุรุษของเขา แต่วัยเด็ก ต่างก็ยอมรับว่าต้องนิ่งดูดาย เพราะความกลัวตายไม่มีกำลังพอจะสู้ได้ ยอร์จกลายเป็นคนขี้เมาหยำเป ชาวบ้านดูหมิ่นดูแคลนกระเซอะกระเซิง หากินอยู่ตามข้างถนน เมื่อรู้ต้นตอปัญหาของชาวบ้าน และหญิงสาวที่เขาช่วยไว้ถูกจับไล่กลับไปอยู่ในแดนกัก กัน คนไข้โรคติดต่อ เขาจึงพยายามช่วยเหลือ แต่เขาคนเดียวจะต้องสู้กับพวกวายร้ายจำนวนเกือบร้อย รวมทั้งพี่ชายของตนอีก 3 คน การเดินเรื่องฉับไว สนุกสนานและสะใจคนดูค่อนข้างมาก มุมกล้องสวยมากๆ และได้รับการยกย่องเรื่องฉากดวลปืนที่ใช้การถ่ายแบบส โลว์โมชั่นได้สวยงาม มาก ในยุคบุคเบิกเทคนิคนี้
*** ในบรรดาหนังอิตาลี โดยส่วนตัว ผมยกให้เป็นสุดยอดหนังคาวบอยอยู่ 4 เรื่อง คือ เรื่อง Keoma ,Texas Adios,Once Upon A Time in The West และ The Good The Bad and The Ugly เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่คนที่ชอบสไตล์คาวบอยไม่ควร พลาดอย่างยิ่ง
เกร็ดหนัง
***หลังจากโด่งดังจากเรื่อง Django(จังโก้) ภาคแรกในปี 1966 ฟรังโก เนโร ก็ได้เกิดในวงการหนังคาวบอยที่รุ่งโรจน์กลายเป็นสัญญ ลักษณ์ของคาวบอยแนวดุ ดันไปทั่วโลก มีหนังมากมายหลายเรื่องที่เขาเล่นได้รับการกล่าวขานถ ึงและมีชื่อเสียงพอควร เช่น Texas Adios แต่อะไรมีขึ้น ก็ย่อมมีลง หลังจากนั้น 10 ปี หนังคาวบอยอิตาลีก็เริ่มจางหายไปจากวงการ ในปี 1976 ทางผู้สร้างหนังคาวบอยอิตาลี ดูเหมือนจะอยากสั่งลาและขอฝากผลงานหนังคาวบอยที่ประท ับใจคนทั่วโลกระดับ ตำนานเอาไว้อีกเรื่องหนึ่ง ฟรังโก เนโร จึงได้รับบทให้แสดงหนังในเรื่อง เคโอมา (Keoma)ซึ่งเป็นหนังที่ได้รับการวิจารณ์ว่า เป็นหนึ่งในสุดยอดหนังคาวบอยอิตาลี และตัวเขาเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์ในปี 2010 ว่าเป็นหนังที่เขาชอบมากที่สุดในบรรดาหนังคาวบอยทั้ง หมดของเขา
ในเมืองไทยคงไม่ค่อยมีใครรู้จัก หนังเรื่องนี้ เพราะเขาแปลเป็นไทยว่า & quot จอมจังก้า& quot และพยายามเอาชื่อเดิม จังโก้ มาใส่และใส่ชื่อภาษาฝรั่งว่า Django Part 2 คงเพราะหวังขายชื่อเดิม ซึ่งจริงๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเลย เพราะจังโก้ ภาค2 ก็มีอยู่แล้ว และทำออกมาไม่ดีเท่าไหร่
เคโอมา (Keoma) เป็นหนังที่ประทับใจสุดๆ เรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลงประกอบในเรื่องที่แปลก ทั้งโหยหวน ยียวนกวนประสาทและให้อารมณ์อย่างมาก ถือได้ว่าเป็นสไตล์หนังที่สร้างสรรมากเรื่องหนึ่ง คือเป็นหนังพูดน้อย ตามแบบฉบับคาวบอยอิตาลีขั้นดี อย่างเช่น Django และ Once Upon A Time in The West(แสดงนำโดย ชาร์ล บรอนสัน) แต่เขาบรรยายเรื่องด้วยการร้องเพลงคาวบอยเป็น background และน่าจะเป็นเรื่องแรกของหนังคาวบอยที่ทำแบบนี้